ธันวาคม 8, 2019

“ อูไน เอเมรี่ ” คนไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ ?

เชื่อว่า ณ เวลานี้ คงไม่มีกุนซือบิ๊กทีมคนไหน ที่เก้าอี้ร้อนฉ่าได้เท่าสองกุนซืออย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ อูไน เอเมรี่ เป็นแน่ หากก็แต่รายแรก แม้จะตะกุกตะกักไปบ้างแต่ผลงานในระยะหลังก็ยังพอไปวัดไปวา หลังจากเปิดบ้านเสมอยอดทีมอย่างลิเวอร์พูลได้อย่างสูสี ด้วยการออกนำไปก่อนเสียด้วยและยังพาทีมบุกไปเก็บ 3 คะแนนจากปาร์ติซาน เบลเกรด พร้อมตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม ในศึกยูโรป้าลีค รวมถึงการโชว์ฟอร์มสวยหรู บุกขย่มนอริชแบบวันเวย์ในลีคและล่าสุดยังบุกไปเขี่ยเชลซีตกรอบคาบ้านในบอลลีคคัพสร้างขวัญกำลังใจให้นักเตะและแฟนผีทั่วโลกถือเป็นการลดอุณหภูมิของเก้าอี้ตัวเองได้อย่างดีกับผลงานในระยะหลังของทีมปีศาจแดง

 

นับจากวันที่กุนซือหน้าโลกิอย่าง “ อูไน เอเมรี่ ” ก้าวเข้ามาสืบทอดบัลลังก์ที่ อาเซน เวนเกอร์ ขงเบ้งแห่งการลูกหนังครองมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี ความหวัง ความกดดันต่างถาโถมเข้าใส่ตัวเอเมรี่อย่างหนัก แม้จะเก็บชัยชนะได้บ้างแต่ก็ไม่พอกับความคาดหวังของแฟนบอล เนื่องด้วยรูปเกมที่ไม่สู้ดีนักบวกกับนักเตะตัวความหวังที่อุตส่าห์ไปดาวน์มาอย่าง นิโคลัส เปเป้ ที่ดูท่าจะปรับตัวได้อย่างลำบากยากเข็ญ ไม่เพียงเท่านั้น เอเมรี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่ชอบจัดนักเตะลงเล่นได้อย่างค้านสายตากูนเนอร์เป็นยิ่งนัก เรียกได้ว่าเล่นดีเปลี่ยนออกเล่นกระจอกเปลี่ยนเข้า แถมลูกรักที่อุตส่าห์ฟูมฟักมาตลอดอย่าง กรานิต ชาก้า ก็แผลงอิทธิฤทธิ์ระเบิดฟอร์มในเกมพรีเมียร์ลีคนัดเสมอกับ คริสตัล พาเลซ หลังกรรมการชูป้ายเปลี่ยนตัว พี่แกเล่นถอดปลอกแขนกัปตันทีมอันศักดิ์สิทธิ์และโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี เดินออกอุโมงค์ไปซะอย่างนั้น ท่ามกลางความฉงนของแฟนๆที่แจกฟักให้อยู่เนืองๆ

 

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ผ่านมาไม่กี่วันทีมของอูไนก็โดนลิเวอร์พูลเขี่ยตกรอบ จากสกอร์นำอยู่ถึง 4-2 จบเกมไปด้วยการแพ้ลูกโทษให้กับเด็กในคาถาของเจอร์เก้น คล็อปแต่ไฮไลท์ของเกมก็คือการเปลี่ยนราชาของเดอะกูนเนอร์ที่เรียกได้ว่าเล่นดีสุดๆในเกมนี้ออก จบเกมด้วยคำสรรเสริญเยินยอจากแฟนบอลกันไปตามระเบียบ แม้จะถือว่าไม่ขี้เหร่มากนัก แต่ผลงานในระยะหลังก็คงจะทำเอาแฟนบอลผวากันไปไม่น้อย รวมไปถึงสถานการณ์ต่างๆ ในทีมก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เทียบกับโซลชาร์ที่โดนล้อเช้าล้อเย็นก็ยังไล่ไอ้ปืนใหญ่มาเหลือเพียง 3 คะแนนเท่านั้นในตารางพรีเมียร์ลีค แต่เรื่องความเชื่อมั่น ความศรัทธาดูท่าน้าโอเล่จะรวมทีมได้เป็นปึกแผ่นเสียกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าหากอดีตกุนซือปารีส แซง แชร์กแมง ยังไม่เร่งพาทีมผ่านวิกฤตนี้ไปได้เชื่อว่าบังลังก์ตัวนี้คงต้องสั่นคลอน และมีคนมาสืบทอดเป็นแน่แท้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *