ธันวาคม 8, 2019

เปิดประวัติ “ฮาลันด์” เด็กปีศาจแห่งนอร์เวย์

ย้อนความไปเมื่อปี ค.ศ. 2001 แฟนบอลยุค 90s คงจำกันได้ดีกับเหตุการณ์ในดาร์บี้แมทช์ เมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อ “อัลฟ์-อิงเก้ ฮาลันด์” ถูกคู่อริอย่าง “รอย คีน” ถีบไปที่หัวเข่า ซึ่งเป็นการเอาคืนจากเหตุการณ์เมื่อปี 1997 สมัยที่อิงเก้ ฮาลันด์ ยังค้าแข้งอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยในวันนั้น ฮาลันด์ ได้ชี้หน้าด่า รอย คีน ที่ได้นอนได้รับบาดเจ็บอยู่ในสนามว่า “เลิกสำออย และลุกขึ้นมาเล่นต่อได้แล้วโว้ย” นี่จึงเป็นเหตุจุดชนวนความแค้นของ รอย คีน เพราะหลังจากจบเกมนั้น เขาต้องปิดเทอมยาวจากอาการบาดเจ็บจริงๆ ไม่ได้แกล้งนอนอย่างที่ถูกกล่าวหา

หลังจากนั้น 4 ปี จึงกลับมาเอาคืนอย่างเจ็บแสบ ด้วยการบรรจงย่ำบาทาไปที่หัวเข่า จนเกือบทำลายชีวิตค้าแข้งของอิงเก้ ฮาลันด์  และในภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังสารภาพว่าไม่ได้รู้สึกผิด แถมทิ้งวลีให้ฮาลันด์ เอาไว้อย่างเจ็บแสบว่า “ไม่มีค่าพอให้นึกถึง”

หากย้อนกลับไปก่อนหน้าเหตุการณ์ข้างต้นเพียงหนึ่งปี ในปี ค.ศ.  2000 อิงเก้ ฮาลันด์ คนนี้เอง ได้ให้กำเนิดบุตรชายพร้อมกับตั้งชื่อว่า “เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์” และดังวลีที่ว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” ฮาลันด์ผู้ลูก ได้เจริญรอยตามฮาลันด์ผู้พ่อ โดยฝากชีวิตไว้กับวงการลูกหนัง และก็ดูเหมือนไม่ยากเย็นเท่าไรนัก เมื่อใช้เวลาเพียงแค่ 15 ขวบปี พาตัวเองเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จในปี 2016 กับ “บริน เอฟเค” สโมสรจากลีคนอร์เวย์ แม้จะพังประตูไม่ได้เลยจากการลงเล่น 16 เกม แต่ฟอร์มการเล่นของฮาลันด์ จูเนียร์ ก็เตะตา “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” ที่คุมโมลด์อยู่ในตอนนั้นเข้าอย่างจัง

เป็นไปตามคาด เมื่อโซลชาร์จัดการดึงฮาลันด์มาสู่อ้อมอก ด้วยวัยเพียง 16 ปี และทำการปรับตำแหน่งเจ้าตัวจากตัวริมเส้น ให้มาเล่นกองหน้าตัวเป้าเต็มตัว และก็ไม่ทำกุนซือชาวนอร์เวย์เจี้ยนผิดหวัง จัดการซัดประตูให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นัดเปิดสนามในบอลถ้วย จบเกมด้วยการพาโมลด์ คว้าชัยชนะเหนือโวลด้า 3-2 นับเป็นการเดบิวท์ที่สวยงามเลยทีเดียว ดาวรุ่งหลายคนมีช่วงเวลาเปิดตัวที่ดี และร่วงดับไปในท้ายที่สุด แต่ไม่เป็นเช่นนั้นกับฮาลันด์ ที่เริ่มเขียนประวัติศาสตร์ให้ตัวเองด้วยการซัดไปถึง 16 ประตู คว้าดาวซัลโวของสโมสรไปครอง พร้อมสร้างสถิติในเกมที่โมลด์บุกไปถล่ม บรานน์ เบอร์เก้น 4-0 ด้วยการซัดแฮทริกด้วยเวลาเพียง 11 นาที 2 วินาที และกระซวกประตูที่ 4 ในอีก 10 นาทีต่อมาและจากผลงานเท้าฉายแสงนี่เอง ทำให้ฮาลันด์ จูเนียร์ คว้ารางวัลนักเตะที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมแห่งปีของนอร์เวย์ไปครอง ก่อนที่ “เรดบูลส์ ซัลบวร์ก” จะเซ็นสัญญาล่วงหน้า และดึงตัวไปร่วมทีมในเดือนมกราคมเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น ฮาลันด์ยังจารึกชื่อตัวเองลงบนประวัติศาสตร์ลูกหนังอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสังหารคนเดียวถึง 9 ประตู ในเกมฟุตบอลโลก U-20 รอบสุดท้าย ถล่มฮอนดูรัส 12-0, ซัดแฮทริกด้วยอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากรา อูล กอนซาเลซ และเวย์น รูนีย์ และฤดูกาลล่าสุด โชว์ฟอร์มสะแด่ว กดไป 4 แฮทริก นำดาวซัลโวลีคอีกด้วย จึงไม่แปลกที่เจ้าตัวจะเป็นที่หมายปองจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป และทีมที่มีข่าวร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ก็คงหนี้ไม่พ้น “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่มีอดีตกุนซือของวันเดอร์คิดรายนี้คุมทีมอยู่ และแฟนบอลแมนยูทั้งโลกรวมถึงโซลชาร์เอง ก็รู้อยู่แก่ใจว่าตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าเป็นตำแหน่งที่ทีมต้องการมากที่สุดในเวลานี้ แถมล่าสุด ฮาลันด์ผู้พ่อได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดทางให้ลูกชายว่า ตัวเขานั้นแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับอนาคตของลูกชายออกจากกัน และไม่มีปัญหาหากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา จะย้ายเข้าสู่ยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ทีมโปรดในดวงใจลูกชาย

สุดท้ายแล้ว อนาคตของเจ้าหนูปีศาจรายนี้ จะจบลงแบบใด จะได้จารึกชื่อตัวเองไว้ที่สโมสรไหน คงมีแต่เวลาเท่านั้น ที่จะบอกได้ เพราะเส้นทางของเจ้าตัวยังอีกยาวไกล แต่เชื่อว่า หากรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ คำว่า “นักเตะระดับโลก” น่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *