ธันวาคม 8, 2019

ปิดฉากไทยลีก 2018-2019

จบไปแล้วสำหรับเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศไทยพวกเราได้ทีมที่มาเป็นแชมป์และทีมที่ผิดหวังตกชั้นกระเด็นไปจากลีกสูงสุดไป รวมถึงทีมน้องใหม่ที่จะได้เลื่อนชั้นมาเล่นลีกสูงสุดกับฤดูกาลที่จะถึงข้างหน้านี้ แม้ฟุตบอลในสนามจะจบไปแล้วแต่ดราม่านอกสนามของฟุตบอลไทยยังไม่หมดไปและนี่เองคือสเนห์ของฟุตบอลไทยไม่ว่าจะปีไหนฟุตบอลในสนามจบไปแล้วแม้ฟุตบอลจะปิดฤดูกาลไปแล้วก็จะมีเซอร์ไพร์สหรือดราม่ามาให้แฟนบอลไทยได้ตื่นเต้นและถกเถียงกันอยู่เสมอๆ วันนี้เราจะได้รู้กันว่าดราม่าวงการฟุตบอไทยไม่แพ้ดราม่าวงการบันเทิง

ประวัติศาสตร์ของสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าปีนี้ฟุตบอลลีกบ้านเราค่อนข้างสูสีกว่าปีที่ผ่านๆมาอาจเป็นเพราะที่สมาคมปรับให้ลีกของเรานั้นเหลือแค่ 16 ทีม ทำให้ทุกทีมสามารถแพ้ ชนะกันได้หมดไม่มีทีมที่มาแจกแต้ม ทำให้การลุ้นแชมป์ต้องดำเนินมาถึงนัดสุดท้ายของลีก และที่แน่นอนจบเกมสุดท้ายเชียงราย ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายฉลองแชมป์ กอดคอดีใจกันอย่างสุดขีดเพราะนี้คือแชมป์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยทีเดียว ต้องยอมรับว่าปีนี้เชียงราย ยูไนเต็ดมีฟอร์มการเล่นที่ดุดันมาก พวกเขาค่อนข้างเหมาะสมกับถ้วยแชมป์แล้ว

แต่ทว่าไม่มีดราม่าไม่ใช่ฟุตบอลไทยโดยเหตุการณ์มันดันมีดราม่าเล็กน้อยจากการที่ก่อนเกมนัดสุดท้ายจะเตะขึ้นทางทีมบุรีรัมย์ไม่รู้ว่ามั่นใจหรืออะไรดันไปบอกสมาคมว่าพวกเขาจะไม่รับถ้วยแชมป์ที่เชียงใหม่ (นัดสุดท้ายบุรีรัมย์ไปเยือนเชียงใหม่) เท่านั้นเองแฟนฟุตบอลไทยทั่วสารทิศต่างวิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ ว่ามั่นใจว่าจะแชมป์หรอและสุดท้ายย่างที่เห็นบุรีรัมย์ทำได้แค่เสมอเชียงใหม่ซึ่งตกชั้นแน่ๆแล้วก่อนทีเกมจะเริ่ม และเชียงรายชนะทำให้เชียงรายเป็นแชมป์ แฟนบอลเกิดการทับถมมากมายแต่นั่นแหละคือสีสันของฟุตบอล ปีหน้าทุกคนก็รู้ดีกันอยู่ในใจว่าทีมที่เต็งแชมป์ลีกครั้งต่อไปก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากบุรีรัมย์

ดราม่าไทยลีก ลำดับที่ 1
อีกครั้งที่หลังจบฤดูกาลมีดราม่าตามมาในสารบบฟุตบอลไทยที่ผ่านมาหลังจบฤดูกาลจะต้องมีทีมที่ยกเลิกการทำทีม พักทีม หรือแม้แต่ย้ายถิ่นฐานหนีแฟนบอลไปดื้อๆ นี่มันคือการบอกเลิกโดยไม่บอกลาชัดๆ อย่างหลายๆเคสที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น สงขลา โอสถสภา สระบุรี และอีกหลายๆทีม แต่ที่เพิ่งเกิดเหตุสดๆร้อนๆยังเป็นแผลสดอยู่ก็คือ ทีมเงินถุงเงินถังแห่งภาคตะวันออกพวกเขาได้แถลงข่าวพักการทำทีมฟุตบอลไปแล้วอย่างน่าเสียดาย อย่างที่เรารู้กันปตท.ระยองเนี่ยเป็นทีมที่มีทุนหนาอันดับต้นๆของไทยลีกแต่การที่พวกเขาพักทีมไม่ใช่จากการไม่มีงบประมาณทำทีมแน่นอนและจากการแถลงข่างของผู้บริหารทีมที่บอกว่าจะพักทีมและเน้นไปที่การพัฒนาเยาวชนแล้วแฟนบอลที่เชียร์และอยู่กับทีมมาตลอดพวกเขาคงเสียใจไปไม่ได้น้อยกับการที่ต้องเสียทีมรักไปด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ฟุตบอลไม่ได้กำไร แฟนบอลปตท.ระยองทุกคนยังหวังว่าทีมพวกเขาจะกลับมาในสักวันแม้มันจะยากเต็มทีก็ตาม

เอฟเฟกต์ต่อมาจากการพักทีมของปตท.ระยองซึ่งแน่นอนเมื่อถอนทีม ทีมไทยลีกจะขาดไปหนึ่งทีมและตามกฎของสมาคมที่ตั้งไว้แต่แรกแล้ว่าทีมที่ตกชั้นที่มีแต้มมากที่สุดจะได้อยู่ต่อแทนทีมที่พักไปและหวยก็ออกให้กับผู้โชคดีคือ สุพรรณบุรี เอฟซีพวกเขารอดตกชั้นหวุดหวิดแม้จะแพ้ไปในเกมสุดท้ายและนั่นเองทำให้เกิดชนวนแฟนบอลที่คิดว่ากฎมันไม่แฟร์พวกเขาน่าจะเพลย์ออฟที่ลำดับที่4 ของไทยลีก2 อย่างศรีษะเกษแต่อย่างว่ากฎก็คือกฎถ้าเราแหกกฎมันจะมีไว้ไปทำไม สมาคมออกมาว่ายังไงก็แล้วแต่สุพรรณบุรีคือทีมที่จะได้เล่นในไทยลีก1 ต่อไปอีกปี
ดราม่าไทยลีกลำดับที่ 2

 

 

 

 

 

 

อย่างที่เรารู้กันเราได้สามทีมน้องใหม่ขึ้นมาเล่นในไทยลีก 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือทีมอย่างบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ,โปลิศ เทโร,ระยองเอฟซี ถึงแม้ระยองเอฟซีนัดสุดท้ายจะแพ้ไปด้วยสกอร์เละเทะแต่พวกเขายังได้รับการเลื่อนชั้นไปเล่นในไทยลีก 1 อยู่ดีเพราะว่าศรีษะเกษนั่นไปพลาดท่าแพ้ต่อไทยฮอนด้าไป

แต่แล้วก็ดันมีข่าวออกมาให้แฟนบอลชาวไทยได้ดราม่าอีกครั้งเมื่อทางทีมกูปรีอันตรายได้ไปฟ้องร้องต่อศาลกีฬาโลกกรณีที่พวกเขาโดนตัดแต้มจากฟีฟ่า พร้อมกับการออกมารับเรื่องของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่ยืนยันว่าหากมีการตัดสินคืนแต้มให้ศรีษะเกษนั้นจะทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นมาเล่นไทยลีก 1 และระยองเอฟซีจะต้องกระเด็นตกไปไทยลีก 2 ตามเดิม เพราะการตัดแต้มในที่นี้เป็นฟีฟ่าตัดแต้ม ดังนั้นถ้าฟีฟ่า คืนแต้มทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ต้องคืนแต้มให้กับศรีษะเกษโดยเราจะรู้ผลกันในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ดังนั้นสิ้นเดือนนี้ คงได้ฤกษ์จบเรื่องนี้กันแล้วสำหรับแฟนทั้งสองทีมคงต้องลุ้นเอาว่าจะออกหน้าไหน ระหว่างศรีษะเกษ ได้แต้มคืนเพื่อเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2020 หรือระยองเอฟซีที่จะยังได้สิทธิ์ขึ้นชั้นอยู่เหมือนเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *