กุมภาพันธ์ 19, 2020

เก็บตกหลังเกม : แมนฯ ยูไนเต็ด 4-0 นอริช ซิตี้

เจ้าบ้านปูพรมใส่ตลอด 90 นาที

ในเกมนี้หลายฝ่ายก็ได้ออกมาแสดงทรรศนะก่อนเกมว่า ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ ยามเจอทีมเล็กในฤดูกาลนี้ไม่เคยง่าย เนื่องจากเกมในแดนกลางของพวกเขานั้น ดูไม่มีพลัง และขาดมิติในการสร้างสรรค์เกม หนำซ้ำตัวหลักอย่าง ป๊อกบา และ แมคโทมิเนย์ยังมาเจ็บพร้อมกันอีก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นปอกกล้วยเข้าปากเสียอย่างนั้น เมื่อทีมเจ้าบ้านอย่างปีศาจแดง เดินหน้าปูพรมเปิดเกมบุกใส่นกขมิ้นทีมเยือนตั้งแต่นาทีแรก จนได้ประตูขึ้นนำ กลายเป็นเหมือนประตูปลดล็อคให้ทีมเจ้าบ้านควบคุมโมเมนตัมเอาไว้ได้ทุกอย่าง ก่อนจะระเบิดถังขี้ในครึ่งหลัง

ฆวน มาต้า ที่ยังหลงเหลือพิษสง

‘ฆวน มาต้า’ ถูกค่อนขอดในช่วงระยะหลังที่ผ่านมา เนื่องด้วยสไตล์การเล่นที่ดูเหมือนบอลผู้สูงอายุ และร่างกายก็ดูเหมือนว่าจะสู้แรงปะทะจากบรรดาแข้งรุ่นใหม่ในพรีเมียร์ลีกไม่ค่อยไหวแล้ว แม้ว่ามาต้า จะไม่ได้มีสปีดที่รวดเร็วเหมือนกับแข้งแนวรุกรายอื่น ๆ ของ ปีศาจแดง แต่ มาต้า ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึงมันสมอง วิสัยทัศน์ และการผ่านบอลอันแม่นยำ บวกกับประสบการณ์อันโชกโชนในเวทีนี้ แต่ด้วย 2 คีย์พาสจาก มิดฟิลด์ชาวสเปน ในวัย 31 ปีรายนี้ และสามารถถูกเปลี่ยนเป็น 2 แอสซิสต์ได้ จากการจบสกอร์ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นที่มาของการได้ 2 ประตูจาก 4 ลูกในเกมนี้

เจ้าหนู วิลเลี่ยมส์ โชว์ฟอร์มสะเด่าอีกครั้ง

ปีนี้เป็นฤดูกาลแรกที่เจ้าหนู ‘แบรนดอน วิลเลี่ยมส์’ ถูกโปรโมทขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เป็นแบคอัพของรุ่นพี่ในทีมอย่าง ลุค ชอว์ที่ประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง และหลายครั้งที่ได้รับโอกาส เจ้าตัวก็มักจะไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง แม้เกมรับอาจจะไม่ใช่จุดเด่นของแข้งวัยกระเตาะรายนี้ แต่พลังงานในเกมรุกริมเส้น และหัวจิตหัวใจที่สู้ถวายชีวิตทุกจังหวะของเขาก็สามารถเอาชนะใจกุนซือที่ชอบให้โอกาสดาวรุ่งอย่างโซลชาร์ได้ไม่ยาก แถมยังมีส่วนกับการเรียกจุดโทษให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สังหารเป็นประตูในครึ่งเวลาหลัง

เมสัน กรีนวู้ด ผลิตสกอร์เป็นระยะ

‘เมสัน กรีนวู้ด’ ที่ถูกยกย่องเทียบชั้นกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ที่มีท่าทางละม้ายคล้ายคลึงกัน โดยเท้าซ้ายสั่งตายของเจ้าหนูเลือดผู้ดีรายนี้ แม้จะยังได้โอกาสไม่มากในซีซั่นนี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่คู่แข่งปล่อยให้เขาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณกรอบเขตโทษได้ง่าย ๆ ล่ะก็ เตรียมโดนเจ้าหนูรายนี้ลงโทษได้เลย

แรชฟอร์ด ความหวังใหม่ในแดนหน้า

ไม่มีใครคาดคิดว่า ‘มาร์คัส แรชฟอร์ด’ นักเตะที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ในฤดูกาลก่อน ๆ กลับได้รับบทบาทสำคัญกับเบอร์เสื้อหมายเลข 10 ของสโมสร และก็ดูเหมือนว่าเขาจะตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี  โดยแรชฟอร์ด ตอบแทนด้วยผลงานในระดับสุดยอดในซีซั่นนี้ รวมถึง 2 ประตูที่ยิงใส่ทิม ครูล นายทวารของนกขมิ้นสีเหลือง ทำให้แรชฟอร์ดขึ้นเป็นรองดาวซัลโวของลีกเป็นรองศูนย์หน้าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ เพียง 3 ประตู เท่านั้น และหากนับทุกรายการ เจ้าตัวก็พังประตูในซีซันนี้ไปแล้ว 18 ประตูโดยมีเพียง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เท่านั้นที่เป็นแข้งพรีเมียร์ลีก ซึ่งยิงได้มากกว่าสองลูก ที่ 20 ประตู นอกจากนั้นยังเป็นการสังหารประตูฉลองเกมที่ 200 ของ แรชฟอร์ด ในสีเสือของปีศาจแดงอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *